มารู้จักกับ “Facebook Marketing”

Facebook Marketing 101 #101-01 บทที่ 01

มารู้จักกับ “Facebook Marketing”

facebook-marketing.jpg

ถ้าเราพูดถึง Facebook ไม่ว่าใครในสมัยนี้ก็ต่างรู้จัก
และทุกเช้าปฏิเสธไม่ได้เลยว่าจะต้องหยิบมือถือมาชมก่อนการเปิดทีวีดูเสียอีก

แต่ถ้าพูดถึง “Facebook Marketing”หลายคนคงทำหน้างง และมีคำถามในใจว่า คืออะไร ?
“เคยเห็นใน Facebook นะ”
“ไม่รู้จักหร่อก เล่นอย่างเดียว”
“อ๋อขายของออนไลน์ หรอ?”
“เห็นหลายคนพูดถึง แต่ไม่รู้คืออะไรนะ?”
….
.
.
.
ไม่รู้จักไม่เป็นไรครับ เพราะตอนนี้คุณรู้จักแล้ว !

“Facebook Marketing” คือ

“Facebook Marketing” คือ ช่องทางหนึ่งในการทำการตลาด หรือขายของออนไลน์นั่นเอง
นั่นหมายความว่าเราสามารถ สื่อสาร หรือโปรโมตสินค้าให้คนอื่นเห็นได้ โดยไม่ต้องเดินไปเคาะตามประตูบ้านแบบสมัยก่อน

แล้วทำไมใครๆก็ต่างเลือก ทำการตลาด หรือขายของบน Facebook ล่ะ

  1. ง่ายๆครับ อย่างที่บอกไป “ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าจะต้องหยิบมือถือมาชมก่อนการเปิดทีวีดูเสียอีก” นั่นหมายความว่ามันเป็นช่องทางนึงในการแสดงสินค้า หรือสื่อสารให้คนเห็น “เร็ว” และ “เข้าถึง” คน ได้ง่ายกว่าทีวีเสียอีก
  2. จำนวนคนที่เล่น Facebook นั่นสูงมากครับเทียบภาพให้เห็นเลยด้านล่างs1.png

(Credit; โรธ โซเชียล)

      3. Facebook เป็น พื้นที่ที่มีศักยภาพในการสร้างเครือข่าย และเครื่องมือต่างๆที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าช่องทางอื่นๆ และแน่นอนสามารถขายของได้ทั่วโลก Global Advertising Scale

      4. การลงทุนที่น้อย เพียง 1$ (ประมาณ 35.5 บาท) ก็สามารถโฆษณาได้ ว้าวๆๆ  เป็นไงละครับ

13112929745084.png

     5. เราสามารถเลือกกลุ่มลูกค้าได้ด้วยตัวเอง เพราะหากเทียบกับการตลาดในช่องทางอื่นๆ เราคงเลือกกลุ่มลูกค้าแทบไม่ได้ สมมติว่าเทียบกับการตลาดผ่านช่องทาง ทีวี เราเลือกได้ไหมอยากให้นาย ก. นาย ข. เห็นโฆษณาเราในช่วงเวลา แค่ 5 โมงเย็น – 6 โมงเย็นนะ แล้ว นาย ค. เห็นไม่ได้นะ (เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย)

แต่ “การตลาดออนไลน์” สามารถเปลี่ยนเรื่องยากๆพวกนี้ให้เป็นเรื่องกล้วยๆได้ง่ายๆ เพราะ คุณเองสามารถเลือก
– เวลา ในการแสดงผลโฆษณา
– กลุ่มคนที่เราอยากให้เห็นโฆษณา หรือมีศักยภาพในการซื้อ
– ช่วงอายุ และความชอบ ไม่ชอบ
– พื้นที่ในการโฆษณา อยากให้คนที่อาศัยบริเวณไหนเห็น
(แค่ 4 ข้อนี้ก็กินขาดแล้วครับ)

     6. วัดผลโฆษณาแต่ละตัวที่เราปล่อยไปได้ โคตรดี เพราะว่า ถ้าหากเราเสียเงินไปแล้วแต่ไม่สามารถวัดผลได้ว่า เงินที่เราใช้ไปเสียไปกับอะไรบ้าง และได้กำไรไหม คงปวดตับแย่เลยครับ เพราะการที่เราไม่ทราบค่าและวัดผลได้ทำให้เราไม่มีทิศทางในการปรับปรุงครั้งต่อไป และไม่ทราบว่าโฆษณาตัวไหนดี หรือไม่ดีเพราะอะไร หรือเหมาะกับกลุ่มคนกลุ่มไหน หรือกลุ่มไหนชอบ-ไม่ชอบ

แต่ “การตลาดออนไลน์” ทำให้เรื่องพวกนี้หมดห่วง เพราะเราสามารถปรับปรุงโฆษณาของเราและ วัดผลได้ตลอดเวลา ไม่ต้องรอเหมือนการโฆษณาตามช่องทางอื่นๆ

     7. เราสามารถเก็บกลุ่มลูกค้าไว้ได้ด้วยนะ ! นั่นหมายความว่า คนที่เห็นโฆษณาและมีปฏิสัมพันธ์กับโฆษณาเราเพียงครั้งเดียว เราก็มีข้อมูลเพื่อปรับปรุง ค่าใช้จ่ายเราในครั้งหน้าให้ใช้น้อยกว่าเดิมได้ ซึ่งต่างจากช่องทางอื่นๆ หรือการตลาดแบบโลกเก่า ที่ไม่สามารถเก็บข้อมูลไว้ได้

internet_vs_tv.jpg

ปาไป 7 ข้อ เท่านี้ก็รู้แล้วนะครับ ว่า “Facebook Marketing” และ “การตลาดออนไลน์”
มีประสิทธิภาพมากขนาดไหนกับการโฆษณา และหารายได้ในยุคปัจจุบัน

เอาล่ะ บทต่อไปรู้จักกับ การสร้าง แฟนเพจ “Facebook Fanpage” กันครับ

“การตลาดออนไลน์” คืออะไร

“การตลาด” คืออะไร

สมาคมการตลาดของอเมริกา (American Marketing Association) ได้ให้นิยามของการตลาดไว้ว่า

AMERICAN MARKETING ASSOCIATION LOGO(หน้าตา โลโก้ สมาคม)

“กิจกรรมต่างๆ ที่สร้างขึ้น หรือจัดขึ้นเพื่อให้เกิดการสื่อสาร ,ส่งผ่านข้อมูล, รวมถึงคุณค่า จากเราสู่ลูกค้า, ผู้ร่วมค้า หรือแม้กระทั่ง ผู้คนทั่วไปที่เราต้องการส่งถึง”

สมัยก่อน เราจะเห็นว่าถ้าเรามีผลิตภัณฑ์ต้องการจะขาย

  1. เราต้องระบุเป้าหมายก่อน ว่าผลิตภัณฑ์เราจะขายใคร
  2. ช่องทางในการเข้าถึงลูกค้า
  3. เราจะสื่อสารอย่างไร ให้ลูกค้าเราสนใจ
  4. ปิดการขาย + รับคำแนะนำทดลองสินค้า + พัฒนาผลิตภัณฑ์พร้อมขยายฐานลูกค้า

screen-shot-2016-08-31-at-9-51-52-am(การตลาดสมัยก่อน ที่เราต้องใช้เงินจำนวนมากในการโฆษณา เช่นทาง TV)

วิเคราะห์เล่นๆ การตลาดสมัยเก่า vs. การตลาดสมัยใหม่

  1. ข้อแรก – ระบุลูกค้า
    ไม่ว่าอดีต หรือปัจจุบัน วิธีในการค้นหาลูกค้าแทบไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก เช่น หากเราต้องการขาย “กาแฟ” ก็คงต้องจดในบันทึกว่า ลูกค้าลำดับต้นๆเป็นคนที่ชอบดื่ม “การแฟ”, “ผู้ชาย”, “อายุตั้งแต่ 18 ขึ้นไป”
  2. ช่องทางขาย
    ถ้าเป็นเมื่อก่อน หลังจากข้อแรกเสร็จ ก็คงเดินหาลูกค้า เจอ 1 คน ก็เท่ากับ 1 ราย ใช้เวลา อาจจะ 10 นาที – 1 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้น ในการเดินทาง จนถึงปิดการขาย
    ปัจจุบัน เรามีหลายช่องทาง และหลายเครื่องมือในการ เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก เช่น Facebook, Google, Line, และช่องทางอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งเพียงแค่ 1 วันก็สามารถโชว์ ผลิตภัณฑ์เข้าถึงลูกค้าได้นับ 100 นับ 10,000 หรือ นับ 1,000,0000 คน ต่อวันก็ได้ ขึ้นกับ เงินลงทุน (Budget) ของคุณ
    และแน่นอนว่า ยิ่งแต่ละวันคนมองเห็นมากกว่าเดิมหลาย ร้อย หลาย พันเท่า นั่นหมายถึง โอกาสในการขายของแต่ละวัน ก็มากขึ้นทวีคูณ รวมถึงรายได้ ต่างๆที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  3.  การสื่อสาร
    ถ้าเป็นเมื่อก่อน คงต้องมานั่งเตรียมกันเป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือน ทั้งออกแบบ ให้ดีก่อนการนำเสนอให้แต่ละคนดู เพราะคนแต่ละคนก็มีความชอบไม่เหมือนกันอีก
    ปัจจุบัน เราสามารถทำ A//B Testing (จะอธิบายเพิ่มในบทถัดๆไปครับ) เพื่อทดสอบความชอบของแต่ละคนได้ ว่าใครคือลูกค้าเราที่แท้จริง เพื่อเก็บไว้เป็นฐานลูกค้า และใครที่ไม่ใช่ เพื่อทำการคัดออก ดังนั้นการตลาดออนไลน์ จึงเป็นอะไรที่ง่าย และทำได้ไวมากกว่าแต่ก่อนมากครับ
  4. ปิดการขาย
    ไม่ว่าอดีต หรือปัจจุบัน การปิดการขาย ไม่ต่างกันมากนัก เพราะถ้าลูกค้าสนใจในผลิตภัณฑ์เราจริงๆ หรือลูกค้าเข้าใจใน ข้อ 3. ที่เราได้นำเสนอหรือพยายามอธิบายมา ลูกค้าจะซื้อเองและปิดการขายอย่างง่ายดาย รวมถึงถ้าเราเลือกลูกค้าถูก ลูกค้ากลุ่มนั้นจะเหมือนทำหน้าที่การตลาดให้เราไปโดยปริยายครับ แล้วถ้าลูกค้าไม่ชอบล่ะ นั่นคือขั้นต่อไปในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์โดยฟังจากเสียงของลูกค้าครับ (จะอธิบายโดยแทรกในบทถัดๆไป)

Quote - Bill Gates

“การที่ลูกค้าบ่นเรานั่นแหละ คือสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดในการเรียนรู้” –
บิล เกตส์, ไมโครซอฟท์ (บุคคลที่รวยที่สุดในโลก 2016)

แล้ว ?

จะเริ่มเรียน “การตลาดออนไลน์” อย่างไรดีนะ << คลิกอ่านต่อได้เลย !